การพกอุปกรณ์สู้ภัย “COVID-19” สำหรับประเทศไทยเองโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ก็พบการระบาดของ “COVID-19” เช่นกัน และพบว่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันว่าการระบาดภายในประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 เท่านั้น ซึ่งหลายหน่วยงานที่ทำการเฝ้าระวังก็พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ตระหนักรู้และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าคนไทยตระหนักถึงปัญหาโรคระบาดครั้งนี้ก็คือ พฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุค 2020 ที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น การพกอุปกรณ์สู้ภัย “COVID-19” ต่างๆ นานาเท่าที่จะหามาได้ เมื่อปีที่แล้วไม่ว่าคุณจะชอบพกอะไรติดประเป๋าก็ตาม แต่ปีนี้ 2563 ต้องเปลี่ยนมาเป็นไอเท็ม “ของมันต้องมี” ดังต่อไปนี้

1. หน้ากากอนามัย ไอเท็มใหม่ต้องมี

หากใครโชคดีซื้อหน้ากากอนามัยได้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ “หน้ากากหายไปไหน” ล่ะก็.. ถือว่าโชคดีมากๆ เพราะตอนนี้หน้ากากอนามัยกลายเป็นไอเท็มที่หายากมาก และถึงจะหาซื้อได้ก็จะพบแต่สินค้าโก่งราคา ขายแพงจากราคาปกติมากถึง 7-10 เท่า (ปกติหน้ากากอนามัย 1 กล่อง 50 ชิ้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 50-70 บาทเท่านั้น)

ส่วนบางคนที่หาซื้อไม่ได้ก็หันมาซื้อหน้ากากผ้าหรือเย็บหน้ากากผ้าใช้เอง สำหรับคนที่ไม่ป่วยการสวมใส่หน้ากากผ้าถือว่าช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง เช่น เมื่อจำเป็นต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือไปในที่ที่มีฝูงชนหนาแน่น เป็นต้น สามารถดูวิธีตัดเย็บหน้ากากผ้าเพิ่มเติมได้ที่ รวมวิธี DIY ‘หน้ากากผ้า’ ทำเอง และ ‘ผ้าฝ้ายมัสลิน’ ที่แพทย์แนะนำใช้ทำ ‘หน้ากากผ้า’

2. สบู่เหลว ล้างมือบ่อยๆ ปลอดภัยที่สุด

หนึ่งในข้อปฏิบัติที่คนไทยต้องทำตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันการติดเชื้อ ก็คือ การล้างมือบ่อยๆ ล้างก่อนกินอาหาร ล้างหลังจากเข้าห้องน้ำ รวมถึงควรล้างมือหลังจากการจับบริเวณ “จุดสัมผัสร่วม” ในสำนักงานหรือตามบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู กลอนประตูห้องน้ำ ราวบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟท์ ราวจับบนรถเมล์ ห่วงจับบนรถไฟฟ้า เป็นต้น

ถ้าไปกินข้าวในศูนย์การค้าก็คงหาสบู่ล้างมือได้ไม่ยาก แต่ถ้าไปกินข้าวตามร้านอาหารบางแห่งอาจจะไม่มีสบู่ การพกสบู่เหลวแบ่งใส่ขวดเล็กๆ ติดตัวไปก็คงช่วยได้มากเช่นกัน เพราะการล้างน้ำเปล่าอย่างเดียวไม่ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับมือ แต่ต้องล้างมือพร้อมกับการใช้สบู่ด้วย

3. เจลแอลกอฮอล์ พกไว้อุ่นใจกว่า

ส่วนในกรณีที่ไม่มีน้ำ ไม่มีสบู่ให้ล้างมือ “เจลล้างมือ” จึงเป็นไอเท็มที่สำคัญเป็นลำดับถัดมา ในการทำความสะอาดมือได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่อย่าลืมว่าเจลแอลกอออล์สำหรับล้างมือนั้น ต้องมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากกว่า 70% โดยปริมาตรจึงจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างหมดจด

4. สเปรย์แอลกอฮอล์ / สเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อ

นอกจากนี้ก็ควรดูแลอุปกรณ์หรือข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ต้องหยิบมาใช้บ่อยๆ ด้วยการใช้สเปรย์แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้ออเนกประสงค์นำมาฉีดพรมลงบนอุปกรณ์ดังกล่าวแล้วเช็ดให้ทั่วเพื่อฆ่าเชื้อโรค เช่น มือถือสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต กระเป๋าสตางค์ แว่นตา กุญแจบ้าน กุยแจรถ เป็นต้น โดยอาจจะเช็ดทำความสะอาดวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งก็ได้

5. ทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อ เช็ดปุ๊บสะอาดปั๊บ

อีกหนึ่งไอเท็มที่ขาดไม่ได้เช่นกัน นั่นคือ ทิชชู่เปียกสูตรฆ่าเชื้อ 99.99% สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ข้อดีคือสามารถใช้เช็ดทำความสะอาดมือพร้อมฆ่าเชื้อโรคได้ในตัว ฆ่าเชื้อได้หมดจดเหมือนใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ ใช้สะดวกสบาย พกง่าย แถมเวลาหยิบมาเช็ดมือเสร็จก็นำไปเช็ดทำความสะอาดสิ่งของชิ้นอื่นๆ ไปพร้อมกันได้ด้วย แต่ไอเท็มนี้ก็เริ่มมีจำนวนจำกัด บางร้านก็พบว่าสินค้าหมด จนตอนนี้กลายเป็นไอเท็มหายากไม่แพ้หน้ากากอนามัยเลย

6. เครื่องวัดไข้อัตโนมัติ

สำหรับบางคนที่อยากเพิ่มความระมัดระวังขั้นสุด แน่นอนว่าไอเท็มสำคัญอย่าง เครื่องวัดไข้อัตโนมัติ หรือเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรด ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่หลายคนซื้อหามาใช้กันในครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวใหญ่ที่อยู่กันหลายคน และยังเหมาะสำหรับใช้งานในสำนักงาน เพื่อช่วยเฝ้าระวังการเกิดอาการป่วยของบุคลากรที่ต้องทำงานใกล้ชิดกัน หากพบว่าใครมีไข้สูงก็สามารถจัดการแ ก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที