วันพรุ่งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นั่งหัวโต๊ะถกแนวทางการทำงานดีเอสไอ-ตำรวจ สางปัญหาคดีซ้ำซ้อน
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปดีเอสไอ ว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้นโยบายไว้ 3 ด้าน คือ 1. ดีเอสไอต้องเร่งรัดการสอบสวนคดี ซึ่งประเด็นนี้ได้วางกรอบการทำงานเพื่อเร่งรัดงานคดีแล้ว

2.การรับคดีอาญาไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ พล.อ.อ.ประจินรับเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างดีเอสไอกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพูดคุยถึงความร่วมมือในการทำงานเพื่อไม่ให้ทั้ง 2 หน่วยงานทำคดีซ้ำซ้อนกัน ซึ่งในทางปฏิบัติดีเอสไอได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับตำรวจ เช่น การสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่ หากการสอบสวนพบว่าเป็นแชร์วงใหญ่มีผู้เสียหายกระจายไปในหลายพื้นที่ ตำรวจจะส่งสำนวนมาให้ดีเอสไอสอบสวน ส่วนคดีที่ประชาชนมาร้องทุกข์ให้ดีเอสไอสอบสวนแล้วพบว่าเป็นแชร์ลูกโซ่วงเล็ก ก็จะส่งสำนวนไปให้ตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดี

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายที่ 3 คือ ให้ดีเอสไอเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดเงื่อนไขความเป็นคดีพิเศษ ก-จ เช่น เป็นคดีอาญาที่มีความสลับซับซ้อน เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรืออาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของชาติ ซึ่งอาจมีคำจำกัดความที่ไม่ชัดเจน ที่ผ่านมา ดีเอสไอจึงกำหนดให้มีวงเงินมูลค่าความเสียหาย เพื่ออธิบายประกอบคำจำกัดความของคดีพิเศษ เช่น คดีแชร์ลูกโซ่ที่มีผู้เสียหายตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป วงเงินเสียหาย 50 ล้านบาทขึ้นไป หรือคดีภาษีอากรที่มีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป

“ที่ผ่านมาเคยมีข้อท้วงติงว่าคดีอาชญากรรมที่มีความสลับซับซ้อน หรือมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องแต่มูลค่าความเสียหายไม่ถึงวงเงินที่กำหนดจะไม่สามารถรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) ประเด็นดังกล่าวจะถูกหยิบยกมาหารือร่วมกับตำรวจ เพื่อให้ดีเอสไอทำงานดูแลประชาชนได้ตามนโยบายของรมว.ยุติธรรม” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.