ตำรวจทุ่งใหญ่เปลี่ยนกระทันหัน บุกไปจับโจ๋หัวขโมยสร้างความเดือดร้อน ดันหนีไปได้ก่อน แต่พอเห็นสภาพ “แม่” ที่สุดแสนน่าเห็นใจ สั่งซื้อของช่วยเหลือแทน เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ชาวบ้านหลายรายได้เข้ามาแจ้งความกับตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นออกขโมยของไปทั่ว สร้างความเดือดร้อนอย่างมาก

ซึ่งผู้เสียหายได้ชี้เป้าว่า คนร้ายพักอยู่กับมารดาที่พักอยู่ในรั้ว ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชทุ่งใหญ่ พ.ต.ท.ชัยภัทร ศรีเรือง รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.ต.สมนึก สุวรรณวงศ์ สว.สส.ฯ จึงนำกำลังบุกไปจับกุม แต่เมื่ไปถึงกลับพบว่าคนร้ายไหวตัวทันหลบหนีไปได้ก่อนแล้ว ทิ้งให้มารดาคือ นางปรีดา ชนะพล อายุ 57 ปี รอรับชะตากรรมเพียงลำพัง 
โดยผู้เป็นมารดานั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่น่าสังเวชใจมาก เนื่องจากปลูกเพิงพักอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่มีไฟฟ้า ไร้น้ำประปา อาศัยน้ำฝนจากชายคาดื่มกิน ถ้าไม่มีก็ต้องเดินไปขอน้ำกินจากเพื่อนบ้านที่อยู่ห่าง 1 กม. เสื้อผ้าก็มีเปลี่ยนแค่ 2 ชุด เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องมุดรั้วมหาวิทยาลัยเอา จากการสอบถาม นางปรีดา ไม่รู้เรื่องเลยว่าลูกชายไปก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อย 
จากนั้น พ.ต.ท.ชัยภัทร ได้สั่งให้ปล่อยคนร้ายไปก่อนยังไม่ต้องตามไล่ล่า และให้เปลี่ยนมาเป็นช่วยเหลือ นางปรีดา ตอนนี้เลย ก่อนจะนำกำลังกลับออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมามอบให้ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ผ้าห่ม ที่นอน เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ทำให้นางปรีดาถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ พยายามยกมือไหว้ขอบคุณตลอดเวลา ส่วนเรื่องลูกชายนั้นหากทำผิดกฏหมายจริงก็ต้องให้ยอมชดใช้ในสิ่งที่เกิดขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews