สองตายายในวัยชรา “ตากล่ำและยายละออ” ที่แม้จะอายุอยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิตและมีสารพัดโรคจะรุมเร้า แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการเผาถ่าน เพราะต้องดูแลลูกชายที่เคยเป็นพระเอกลิเกแต่มีอาการป่วยทางจิต และหลานชายที่พิการทางสมอง ด้วยความรักและห่วงอยากให้ลูกหายป่วย ถึงขั้นยอมขายบ้านเพื่อนำเงินมารักษา

เสาหลักของบ้านในวัยชรา

ณ บ้านหลังหนึ่งใน จ.อ่างทอง พร้อม 4 ชีวิต ตากล่ำ วัย 82 ปี และยายละออ มีสุข วัย 77 ปี ต้องเป็นเสาหลักในการทำงานหารายได้เพื่อเลี้ยงลูกชายวัย 58 ปี ที่มีอาการป่วยทางจิต และหลานชายวัย 29 ปีที่อยู่ในภาวะพิการทางสมอง

งานที่ตากล่ำและยายละออทำเพื่อหาเลี้ยงชีพครอบครัว คือ เผาถ่าน ซึ่งรายได้ไม่พอที่จะดูแลจุนเจือ 4 ชีวิต หลายครั้งตากล่ำและยายละออจึงต้องไปหยิบยืมเพื่อนบ้านมาประทังชีวิตไปก่อน

หลายคนอาจสงสัยว่า บ้านของตากล่ำและยายละออก็ดูใหญ่โต ทำไมจึงต้องมาเผาถ่านขาย ที่เป็นเช่นนี้ เพราะลูกชายของตายาย ตอนยังไม่ป่วย มีอาชีพเล่นลิเก ซึ่งสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนทำให้ซื้อสร้างบ้านให้พ่อแม่ได้ถึง 2 หลัง
“ลูกชายเป็นหัวหน้าคณะลิเก เล่นเองด้วย พระเอก ตอนนั้นรายได้ดี สร้างบ้าน ซื้อที่ก็ได้เขา เลี้ยงครอบครัว บ้านหลังใหญ่ ทีนี้เขามาโดนของแขก ติดยาม้า เพื่อนพาไป เพื่อนคิดไม่ดี ตอนนั้น พาไปติดยา ดูดมากก็ไปเลยประสาท เครียด ทั้งของทั้งยา ไม่รู้จะรักษากันแบบไหนเลย หมดเยอะ

อาการนี้เป็นมานาน 7-8 ปีแล้ว ทำให้ต้องหยุดเล่นลิเกเลย ออกแล้วเล่นเข้าโรงไม่ได้ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่นั้นเลยเลิกเล่น และพาไปรักษา” ยายละออเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกชายหมดอนาคต และกลายเป็นคนป่วยทางจิตตามมา

“พาไปรักษาไม่รู้กี่ที่ ที่ไหนว่าดี ไปหมด ไปฝากพระให้หยุดยา และให้รักษาอบสมุนไพร เอามาจิตเวชอีก ยายพาไปรักษามาทั่ว เดี๋ยวนี้ค่อยดีไปนิดหนึ่ง ตั้งแต่กินยาจิตเวชมา แต่เขาไม่ทำคนนะ

หมอบอกว่า อาการจะไม่ปกติ เบลอ เป็นแบบนี้ไปยันตาย แต่เขาดีไปอย่าง วันๆ เขาไม่ยุ่งกับใคร อยู่ในห้องมั่ง หลังบ้านมั่ง เขาหากินของเขาเอง

บางครั้งก็ช่วยงานบ้าง ช่วยกลบดิน เอาฟืนใส่เตา บางครั้งมาช่วยไม่เต็มตัว ยายก็หาพอไม่พออยู่อย่างนี้”

ไม่ห่วงตัวเอง ขายบ้านรักษาลูก

ด้วยความรักที่พ่อแม่อย่างตากล่ำและยายละออมีต่อลูก จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกหายป่วย แม้ถึงขั้นต้องขายที่ขายทาง ขายบ้านเพื่อรักษาลูกก็ยอม

“เสียเยอะ ที่กับบ้าน ที่งานครึ่ง บ้านหลังหนึ่งที่มีมาก่อน ที่เขาก่อร่างสร้างตัวให้แม่ ก็ขายแล้วรักษาลูก รักษาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือ เราก็มาแบ่งอยู่ข้างหลังนี่ได้หน่อย”

หลังขายบ้านไปหลังหนึ่งเพื่อรักษาลูก ปรากฏว่า บ้านที่พักอาศัยอยู่ทุกวันนี้ อยู่ในที่ตาบอด ไม่มีทางเข้าออก ส่งผลให้ตากล่ำและยายละออต้องกู้หนี้ยืมสินมาซื้อที่ดิน เพื่อให้บ้านมีทางเข้าออก ส่งผลให้ตอนนี้ยังเป็นหนี้อยู่ร่วมแสนบาท

นอกจากลูกชายที่ป่วยทางจิตแล้ว ตากล่ำและยายละออยังต้องดูแลหลานชายที่มีภาวะพิการทางสมองตั้งแต่กำเนิดด้วย ซึ่งบางครั้ง ถ้าหลานชายไม่เครียด ก็สามารถช่วยงานตายายได้บ้าง
“เวลาเขาดีๆ ก็มากอดคอ เอายาหม่องทาให้ย่านะ รู้ แต่พูดไม่ได้อย่างเดียว สงสารเขา เวลาเขาเครียดขึ้นมา บ้านช่องไม่เหลือ พัดลมทุ่มหมด ถ้าไม่เครียดไม่เป็นไร ดีใจหาย ช่วยปู่กับย่าเข็นฟืน ถ้าเขาเข็นไม่ไหว จะกวักมือ” ยายละออพูดถึงหลานด้วยความสงสาร

29 ปีที่ตากล่ำและยายละออต้องดูแลหลานที่พิการทางสมอง และเกือบ 10 ปีที่ต้องเป็นเสาหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัวแทนลูกชายที่ป่วยทางจิต นอกจากการเผาถ่านจะไม่ช่วยให้มีรายได้เพียงพอสำหรับ 4 ชีวิตแล้ว ความเครียดและควันไฟจากการเผาถ่านยังบั่นทอนสุขภาพของตากล่ำและยายละออด้วย

“เป็นโรคปอด ถุงลมโป่งพอง จากการเผาถ่านและบุหรี่ ตอนนั้นยายดูดบุหรี่เยอะ เครียดขึ้นมาคว้าบุหรี่ดูดๆ เล่าอย่างไม่อายเลย ไม่รู้จะปรึกษาใครเลย เดือนๆ ไม่พอกินพอใช้ อาการเหนื่อย หอบ เดินไม่ค่อยได้

ก็ไปโรงพยาบาลหมอนัด ใช้สิทธิบัตรทอง ตามนัด ให้ยามา 2 เดือนตรวจที ยายอยากไปตรวจทรวงอกดู ตังค์ไม่มี”

ส่วนสุขภาพของตากล่ำก็มีปัญหาเรื่องปอดและตาที่มองไม่ค่อยเห็น เพราะเป็นต้อกระจก เคยไปหาหมอหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการผ่าตัด

ลำบากแค่ไหนก็ไม่ทิ้ง

ด้วยสภาพครอบครัวที่ฐานะยากจน และในบ้านมีแต่คนป่วย ทางเทศบาลตำบลศาลาแดง จ.อ่างทอง จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องอาหารการกิน

“ทางเราเห็นสภาพแล้วน่าสงสาร เราเลยเอาอาหารมาช่วย ทางนายกเทศมนตรีฯ เห็นว่าควรทำอะไรให้คนในชุมชนบ้าง บอกสมาชิก กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาช่วยกัน เอาอาหารมาส่ง บ้านหลังนี้ประมาณ 6 ปี ส่งทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นข้าว มีขนม ใส่ปิ่นโตมา อาหารนี่เราทำเอง มีรองประธานสภาเทศบาลฯ เป็นคนทำ รองนายกเทศมนตรีฯ อีกท่านหนึ่ง วันละ 2 มื้อ เช้า-เย็น” ดิเรก วงษ์โทน รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศาลาแดง จ.อ่างทอง เล่าที่มาของการนำอาหารมาช่วยเหลือครอบครัวตากล่ำและยายละออ

“ตอนนี้เท่าที่ดู ตากล่ำแกมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แกเผาถ่านมานาน มีปัญหาเรื่องปอดกับตาที่มองไม่ค่อยเห็น มีปัญหาเรื่องอาชีพที่ทำอยู่ ตอนนี้นายกฯ สั่งให้หยุดเผาถ่าน ให้ดูแลสุขภาพก่อน” บังอร บุรีรักษ์ รองประธานสภาเทศบาลตำบลศาลาแดง จ.อ่างทอง

“ตอนนี้สิ่งเร่งด่วน สุขภาพของลุง ถ้าตามองเห็นปกติ หรือร่างกายแข็งแรงกว่านี้ ก็พอช่วยเหลือตัวเองได้ ดูหลานได้ ผมห่วงว่าถ้าลุงกล่ำทรุดไปหรือเสียไป จะเลวร้ายยิ่งขึ้น” ธวัช พันธ์เสือทอง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลศาลาแดง จ.อ่างทอง

สำหรับอนาคตที่เลือนรางนั้นตายายมองไว้ว่า “แค่หมดหนี้” ก็พอใจแล้ว ยืนยันไม่เคยคิดทิ้งลูกทิ้งหลาน ย้ำจะเลี้ยงไปจนตาย

“หมดหนี้ก็พอ ทุกวันนี้ไม่คิดอะไร หมดหนี้ ต่อไปเขาจะได้มีที่อยู่ ไม่เคยคิดทิ้งพวกเขาเลย จะเลี้ยงไปจนเราตายแหละ สมเพชเขา เลี้ยงเขามาแล้ว เราตายแล้ว ใครจะเอาไปทางไหนก็แล้วแต่เวรแต่กรรม”

ยายละออกับอนาคตที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าอยากให้ตัวเองหมดหนี้ เพื่อที่หากวันใดไม่มีตายายแล้ว ลูกและหลานที่พิการทางสมองจะยังคงมีบ้านอยู่

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์